Chairman

ในด้านคดีข้อพิพาทตามที่บริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ยกเลิกสัญญาซื้อขายกากคอนเดนเซท(CR)วัตถุดิบหลักของบริษัทฯ ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติผิดสัญญาระหว่างปตท. และบริษัทฯ จึงทำให้บริษัทฯ ต้องดำเนินคดี ตามกฎหมายตั้งแต่ปี 2552 นั้น ต่อมา เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2559 คณะอนุญาโตตุลาการ เสียงข้างมากมีคำชี้ขาด คือ ให้ ปตท. ชำระค่าเสียหายจากการบอกเลิกสัญญากับบริษัทฯโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในจำนวน 390 ล้านบาทต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 จนถึงวันที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดเป็นวันที่คณะอนุญาโตตุลาการ พร้อมทั้งอัตราดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของยอดเงินค่าเสียหายที่ได้จากการคำนวณ ข้างต้นนับตั้งแต่วันที่คณะอนุญาโตฯ มีคำชี้ขาดจนถึงวันที่ที่ ปตท. ชำระเงินให้แก่บริษัทครบถ้วน ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2559 ทาง ปตท.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตฯ และเมื่อเดือนธันวาคม 2559 บริษัทฯได้ยื่นคำร้องขอให้บังคับคดีตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตฯ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม

และตามที่บริษัทฯได้ปรับโครงสร้างธุรกิจให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ในรูปแบบโฮลดิ้งคอมพานี (Holding Company) จะมีรายได้จาก 2 กลุ่มธุรกิจหลัก คือกลุ่มธุรกิจพลังงานและกลุ่มธุรกิจพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ ด้วยการรวมลงทุนและการรวมบริหารในกิจการอื่นที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่บริษัทคาดว่าจะสร้างผลประกอบการที่ดีขึ้นในระยะยาว นั้น

ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัทฯ ได้ถือหุ้นในบริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) (“SAMCO”) ในสัดส่วนร้อยละ 48.25 ซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งเน้นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อจำหน่ายในประเภท บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและคอนโด ยังสร้างผลประกอบการที่มั่นคงต่อเนื่อง แม้ในปี 2559 ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และในส่วนธุรกิจการให้เช่าพื้นที่ หรือที่รู้จักในนามคอมมูนิตี้มอลล์ (Community Mall) ภายใต้ชื่อ “สัมมากรเพลส” ซึ่งปัจจุบันมีโครงการอยู่ 3 แห่ง ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2559 บริษัทฯ ได้ปรับโครงสร้างการถือหุ้น โดยให้ SAMCO จะถือหุ้นธุรกิจคอมมูนิตี้ มอลล์ อัตรารอยู่ละ 100 เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน นอกจากนี้ทาง SAMCO ยังมีแผนงานขยายและพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องด้วยชื่อเสียงที่มีมากว่า 45 ปี บริษัทฯ เชื่อว่า SAMCO จะสามารถพัฒนาธุรกิจให้เติบโต ยั่งยืนได้ตลอดไป

ธุรกิจกลุ่มพลังงาน ปีนี้สถานการณ์น้ำมันโลกมีความผันผวน ทำให้ราคาขายปลีกมีผันผวนด้วย ซึ่งในด้านการค้าปลีกน้ำมัน บริษัทฯ ดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศรวมแล้ว 52 สาขา โดยได้เน้นการให้การบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ดีเซล และ แก๊สโซฮอลล์ บริษัทฯ ได้วางแผนพัฒนา “ปั๊มเพียว” ในรูปแบบใหม่ให้เป็นศูนย์ บริการน้ำมันเพียวควบคู่กับศูนย์การค้าชุมชุน (Community Mall) ให้มากขึ้น จากที่ประสบความสำเร็จแล้ว 2 แห่ง ต่อยอดร่วมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองหลักที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ การให้เช่าคลังน้ำมันและกิจการท่าเรือที่บริษัทฯ ได้ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 30 ในบริษัท ไทยพับลิคพอร์ต จำกัด (TPP) ก็มีผลประกอบการดีขึ้นตามลำดับ และในปี 2559 บริษัทฯ ได้รับเงินปันผลจาก TPP จำนวน 78 ล้านบาท

ในโอกาสนี้ ผม ในนามของคณะกรรมการบริษัท ใคร่ขอขอบคุณ ท่านผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า สถาบันการเงิน ผู้บริหารทุกระดับ ตลอดจนพนักงานทุกท่าน ที่ได้ให้การสนับสนุนการ ดำเนินงานของบริษัทฯ ด้วยดีตลอดมา และได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับบริษัทฯ และขอให้เชื่อมั่นว่า ผม คณะกรรมการบริษัทและพนักงานทุกคน จะตั้งใจอย่างเต็มกำลังความสามารถใน การดำเนินธุรกิจที่มีธรรมภิบาล ทั้งต่อผู้ถือหุ้น ต่อคู่ค้า ต่อลูกค้า และต่อพนักงานทุกระดับ รวมถึงสามารถกลับมาทำกำไร และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแก่ผู้ถือหุ้นสืบต่อไปเช่นในอดีตที่ผ่านมา




นายสัจจา เจนธรรมนุกูล
ประธานกรรมการ